Category Archives: จังหวัดนครพนม

หาดทรายทองศรีโคตรบูร

หาดทรายทองศรีโคตรบูร
หาดทรายทองศรีโคตรบูร หรือ หาดทรายริมน้ำโขง ที่ ตั้งอยู่ในอำเภอเมือง จังหวัดนครพนม เป็นปรากฎการณ์ทาง ธรรมชาติที่เกิด ขึ้นในช่วงฤดูแล้งประมาณเดือนกุมภาพันธ์ – พฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แม่น้ำโขงลดระดับเกิดเป็นหาดทรายสวยกลางลำน้ำโขง ยาวหลาย กิโลเมตร ลักษณะเป็นหาดทรายที่มีริ้วลายคล้ายระลอกคลื่น ในส่วนที่เป็นร่องน้ำสามารถมองเห็นพื้นน้ำ สะท้อนแสงสีส้ม ของท้องฟ้า ในยามเช้า หากวันใดที่แม่น้ำโขงลดลงต่ำมาทำให้เกิดหาดทรายกว้างหนาขึ้นสามารถลงไปเดินเล่นบนหาดทราย หาดทรายทองอยู่ตรงข้ามกับที่ทำการแขวงคำม่วน ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อน หย่อนใจ และชม ความงามของธรรมชาติโดยนักท่องเที่ยวและชาวจังหวัดนครพนมเองนิยมที่จะมาเดินเล่นกินลมชมวิวฝั่งประเทศลาว หากมาเที่ยวในช่วงฤดูหนาวจะได้รับลมเย็นซึ่งพัดมาจากทางฝั่งลาว

ทุกปีในช่วงหน้าแล้งอากาศร้อนชาวบ้านจะพาครอบครัวนั่งรถมอเตอร์ไซต์หรือรถปิกอัพลงไปเล่นน้ำพักผ่อนกันอย่างสนุกสนาน โดยเฉพาะในช่วงเวลาเช้าสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นลอยเหนือน้ำโขง สาดส่องมาวิวทิวทัศน์ภูเขาที่เรียงรายทางฝั่งลาว และวิถีชีวิตใน ยามเช้าของชาวบ้านที่ออกหาปลาในยามเช้า เป็นภาพที่อบอุ่นและสวยงาม สำหรับจุดที่สามารถชมวิวของ หาดทรายทองได้อย่าง งดงามในปัจจุบัน คือ สวนสาธารณะและหาดทรายทองศรีโคตรบูร และบริเวณโรงแรมนครพนมริเวอร์วิว ซึ่งได้จัดพื้นที่สำหรับลงไป เดินชมหาดทรายทอง รวมถึงสามารถชมวิวได้จากระเบียงหน้าห้องพัก อีกจุดหนึ่งที่เป็นที่นิยมคือ ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับชม หาดทรายคือ ในช่วงเช้า และช่วงเย็น เพราะจะได้แสงสีทองของพระอาทิตย์ส่องกระทบผืนทรายและผืนน้ำ

การเดินทางไปหาดทรายทองศรีโคตรบูร
ทางรถยนต์เริ่มต้นจากศาลากลางจังหวัดตามถนนอภิบาลบัญชา เลี้ยวซ้ายไปตามถนนราชทัณฑ์ เลี้ยวขวาไปตามถนนสุนทรวิจิตร ซึ่งเป็นถนนเรียบโขง ผ่านโรงแรมนครพนมริเวอร์วิว เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 212 ถึงสวนสาธารณะหาดทรายทองศรีโคตรบูร

วัดพระธาตุนครพนม

วัดพระธาตุนครพนม
พระธาตุพนม เป็นพระธาตุประจำปีเกิดของปีวอกและผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ ประดิษฐาน ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ผลจากการ ขุดค้นทางโบราณคดี ลงความเห็นว่าพระธาตุพนมสร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ. 1200–1400 ตามตำนานกล่าวว่าผู้สร้างคือ พระมหากัสสปะ พระอรหันต์ 500 องค์ และท้าวพระยาเมืองต่าง ๆ ภายในองค์พระธาตุบรรจุพระอุรังคธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้ ลักษณะ ของสถาปัตยกรรมมีแหล่งที่มาที่เดียวกันกับปราสาทของขอมและได้ทำการบูรณะเรื่อยมา ในปี พ.ศ. 2485 ได้รับการยกฐานะ เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกขึ้นเป็น “วรมหาวิหาร” พระธาตุพนมไม่เพียงแต่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวนครพนม เท่านั้นยังเป็นที่ เคารพของ ชาวไทยภาคอื่น ๆ และชาวลาวอีกด้วย ว่ากันว่าถ้าใครได้มานมัสการพระธาตุครบ 7 ครั้ง จะถือว่าเป็น “ลูกพระธาตุ” เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและจะมีความเจริญรุ่งเรือง หรือแม้แต่การได้มากราบพระธาตุพนม 1 ครั้ง ก็ถือ เป็นมงคลแก่ชีวิตแล้ว

ในวันที่ 11 สิงหาคม 2518 เวลา 19.38 น. พระธาตุพนมได้ล้มทลายลงทั้งองค์ เนื่องจากความเก่าแก่ขององค์พระธาตุพนมและ ประจวบ กับระหว่างนั้นฝนตกพายุพัดแรงติดต่อกันมาหลายวัน ประชาชนทั้งประเทศได้ร่วมบริจาคทุนทรัพย์และ รัฐบาลได้ก่อสร้างองค์พระธาตุ ขึ้นใหม่ตามแบบเดิม การก่อสร้างนี้เสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2522 นอกจากพระบรมสารีริกธาตุที่บรรจุใน องค์พระธาตุแล้ว ยังมี ของ มีค่ามากมายนับหมื่นชิ้น โดยเฉพาะฉัตรทองคำบนยอดพระธาตุเป็นฉัตรทองคำที่มีน้ำหนักถึง 110 กิโลกรัม ปัจจุบันองค์พระธาตุ มีฐานกว้างด้านละ 12.33 เมตร สูง 53.60 เมตร เป็นเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมสูงแลดูสง่างาม งานนมัสการองค์พระธาตุ เริ่มตั้งแต่วันขึ้น 10 ค่ำ เดือน 3 ถึงวันแรม 1 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี

วัดพระธาตุพนม เป็นวัดวรมหาวิหาร พระอารามหลวง ถือเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ถึงคราวพระราชพิธีราชาภิเษกทุกรัชกาลมา จะต้องนำน้ำจากสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ไปร่วมพิธีด้วยเพื่อประกอบพิธีมุรธาภิเษก และเมื่อถึงเทศกาลสงกรานต์ซึ่งถือ ว่าเป็น วันขึ้นปีใหม่ ตามประเพณีเดิม จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานต้นไม้ ทอง เงิน น้ำอบและผ้าคลุมส่งไปนมัสการ พระธาตุพนมทุกปี และเมื่อถึงเทศกาลเข้าปุริมพรรษา ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเทียนพรรษาเป็นพุทธบูชาทุกปีมา งานนมัสการ พระธาตุพนมประจำปี ถือเอาวันขึ้น 10 ค่ำ เดือน 3 ของ ทุกปีเป็นวันแรกของงานไปสิ้นสุดเอาวันแรม 1 ค่ำ เดือน 3
การเดินทางไปวัดพระธาตุนครพนม
1.โดยรถยนต์
จากอำเภอเมืองนครพนมเดินทางมาทางทิศใต้ตามเส้นทางหลวง 212 ประมาณ 50 กิโลเมตร ถึงอำเภอธาตุพนม
2.โดยรถประจำทาง
จากกรุงเทพมีรถโดยสารไปยังอำเภอธาตุพนมโดยตรงหรือจากสถานีขนส่งนครพนม มีรถโดยสารไปอำเภอธาตุพนม

ข้อมูลทั่วไปจังหวัดนครพนม

ข้อมูลทั่วไปจังหวัดนครพนม
จังหวัดนครพนม ตั้งอยู่ในเขตภาคอีสานตอนบน เป็นเมืองชายแดนที่มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ มีทิวทัศน์สวยงาม มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน และมีความหลากหลายของวัฒนธรรมและชาติพันธุ์ เป็นที่ประดิษฐานพระธาตุพนม อันศักดิ์สิทธิ์ อันเป็นปูชนียสถานสำคัญคู่บ้านคู่เมืองมาช้านาน และมีพระธาตุอื่นๆ อีกหลายแห่ง จึงนับว่านครพนม นี้เป็นเมืองแห่งพระธาตุโดยแท้และด้วยความที่เคยเป็นอาณาจักรที่เจริญรุ่งเรืองมาก่อน ประกอบกับตั้งอยู่ริมฝั่ง แม่น้ำโขงอันเป็นแหล่งรวมวัฒนธรรมแห่งสำคัญจากหลายชนชาติ จังหวัดนครพนมจึงมีวัฒนธรรม และประเพณีที่ เป็นเอกลักษณ์และน่าสนใจอยู่มาก และยิ่งปัจจุบันนี้ นครพนมเป็นจุดผ่านแดนไปยังประเทศสาธารณรัฐประชาธิป ไตยประชาชนลาวที่สำคัญอีกจุดหนึ่ง อีกทั้งยังมีความเจริญในหลายๆ ด้าน มีการคมนาคมสะดวกและมีสนามบิน ซึ่งช่วยส่งเสริมศักยภาพทางการท่องเที่ยวของจังหวัดได้เป็นอย่างดี จึงถือว่านครพนมเป็นเมืองที่น่าท่องเที่ยวอีก แห่งหนึ่งของประเทศไทย

ประวัติ
บริเวณที่เป็นเมืองนครพนมในปัจจุบันนี้ เดิมเคยเป็นที่ตั้งของอาณาจักรศรีโคตบูรในอดีต โดยตัวเมืองตั้งอยู่ทางฝั่ง ซ้ายของลำน้ำโขง หรือฝั่งประเทศ สปป. ลาว บริเวณตรงข้ามกับพระธาตุพนมในปัจจุบัน เล่ากันว่าเมื่อสิ้นพญา นันทเสน ผู้ครองเมืองศรีโคตบูร ชาวเมืองก็ได้อพยพโยกย้ายมาสร้างเมืองใหม่อยู่ที่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำโขง ซึ่งพื้นที่ ดังกล่าวในขณะนั้นเป็นป่าไม้รวก จึงตั้งชื่อเมืองใหม่นี้ว่า “มรุกขนคร” หมายถึงเมืองที่อยู่ในดงไม้รวก

ในราวปี พ.ศ. 500 มรุกขนครมีความเจริญรุ่งเรืองมาก มีเมืองในปกครองมากมาย และมีการบูรณะพระธาตุพนมขึ้น เป็นครั้งแรกด้วย โดยการก่อพระลานอูบมุงชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 แล้วสร้างกำแแพงล้อมรอบ มีงานสมโภชใหญ่โต ต่อมาอาณาจักรศรีโคตบูรล่มสลายกลายเป็นเมืองร้าง จนกระทั่งถึง พ.ศ. 1800 เจ้าเมืองศรีโคตบูรได้กลับไป สร้างเมืองมรุกขนครขึ้นใหม่บนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง และต่อมาเปลี่ยนชื่อกลับเป็น “เมืองศรีโคตบูร” ตามเดิม

ต่อมาใน พ.ศ. 2280 พระธรรมราชา เจ้าเมืองศรีโคตบูรองค์สุดท้ายได้ย้ายเมืองกลับมาตั้ง ณ ฝั่งขวาของแม่น้ำ โขงอีกครั้ง แล้วให้ชื่อว่า “เมืองนคร” หลังจากนั้นมียังมีการโยกย้ายเมืองอีกหลายครั้ง จนถึงปี พ.ศ. 2333 ใน รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ผู้ครองเมืองนครถึงแก่พิราลัย และเมือง นครได้ขอขึ้นตรงต่อกรุงเทพมหานคร พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จึงโปรดเกล้าฯ พระราช ทานนามเมืองให้ใหม่ว่า “นครพนม” หมายถึง “เมืองแห่งภูเขา” ตามสภาพพื้นที่ของเมือง ที่มีเทือกเขาอยู่ใกล้เคียง มากมาย และจากการที่เมืองนี้มี “พระธาตุพนม” เป็นปูชนียสถานที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองมาช้านานนั่นเอง
อาณาเขตการปกครอง
จังหวัดนครพนมมีพื้นที่ประมาณ 5,512.668 ตารางกิโลเมตร ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 740 กิโลเมตร แบ่งการ ปกครองออกเป็น 12 อำเภอ คือ อำเภอเมืองนครพนม ธาตุพนม นาแก ท่าอุเทน เรณูนคร บ้านแพง ปลาปาก ศรีสงคราม นาหว้า โพนสวรรค์ นาทม และอำเภอวังยาง
ทิศเหนือ ติดต่อกับเขตอำเภอเซกา จังหวัดหนองคาย
ทิศใต้ ติดต่อกับเขตอำเภอดงหลวง กิ่งอำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร
ทิศตะวันออก ติดต่อกับแขวงคำม่วน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมีแม่น้ำโขงเป็นเส้นกั้นพรมแดน
ทิศตะวันตก ติดต่อกับเขตอำเภอกุสุมาลย์ อำเภออากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร
หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ
ท่าอากาศยานนครพนม โทร. 0 4251 3264
บริษัทการบินไทย จำกัด มหาชน โทร. 0 4251 2494, 0 4251 3014
ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม โทร. 0 4251 1730, 0 4252 0797
สำนักงานจังหวัดนครพนม โทร. 0 4251 1287, 0 4251 1574
สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมือง โทร. 0 4251 1266, 0 4251 5680,0 4251 2469